กรณีศึกษาคดีคืนรถไฟแนนซ์ | รถไถถูกยึดหรือคืนรถแล้ว หนี้ค่าส่วนต่างลดได้จากอะไรบ้าง

หาทนาย, คดีไฟแนนซ์, ฟ้องค่าส่วนต่าง, ฟ้องเรียกค่าส่วนต่าง ,ยึดรถ, คดีค่าส่วนต่างรถ, คดีกู้ยืม, บังคับคดี, ทนายหนองบัวลำภู, ทนายสุพัตรา, หาทนายหนองบัวลำภู, ทนายอุดร, หาทนายอุดร, รับว่าความคดีแพ่ง, คดีอาญา, คดีครอบครัว, จัดการมรดก, หนี้บัตรหรือสินเชื่อ, คดีค่าส่วนต่างรถ, ฟ้องชู้, ฟ้องหย่า, ในและต่างประเทศ, ทนายอุดรธานี, ทนายหนองบัวลำภู

กรณีรถไถหรือรถแทรกเตอร์ถูกยึด หรือผู้เช่าซื้อส่งมอบรถคืนให้ไฟแนนซ์แล้ว ยังอาจถูกเรียกหนี้ค่าส่วนต่างภายหลังได้ อย่างไรก็ตาม ยอดหนี้ดังกล่าวไม่ใช่ว่าจะโต้แย้งไม่ได้เสมอไป เพราะยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง สัญญา วิธีคำนวณหนี้ ราคาขายรถ และค่าใช้จ่ายที่ผู้ให้เช่าซื้อเรียกเก็บว่าถูกต้องและเป็นธรรมหรือไม่ โดยเฉพาะในคดีเช่าซื้อ หลักกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาบางเรื่องเปิดช่องให้ต่อสู้เพื่อลดหนี้ได้ตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ประเด็นต่อสู้เพื่อลดหนี้ค่าส่วนต่างรถไถ

ประเด็นแรกที่ควรตรวจสอบ คือ ผู้เช่าซื้อคืนรถในช่วงที่ยังไม่ผิดนัดหรือไม่ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 รับรองว่าผู้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ด้วยการส่งมอบทรัพย์สินคืนแก่เจ้าของ ซึ่งอาจเป็นประเด็นสำคัญในการโต้แย้งสิทธิเรียกค่าส่วนต่างในบางกรณี แต่ถ้าผิดนัดชำระมาก่อนแล้ว ข้อต่อสู้ส่วนนี้อาจอ่อนลงตามแนวฎีกา 3965/2564 ที่วินิจฉัยว่าการส่งรถคืนภายหลังผิดนัดไม่ได้ตัดความรับผิดโดยอัตโนมัติ.

อ้างอิงฎีกา 3965/2564

“การคืนรถภายหลังผิดนัด ไม่ได้ตัดความรับผิดโดยอัตโนมัติ และผู้ให้เช่าซื้อยังอาจเรียกค่าขาดราคาได้”

อีกประเด็นสำคัญคือ การคำนวณยอดหนี้หลังยึดหรือรับคืนรถ ผู้เช่าซื้อควรตรวจสอบว่าไฟแนนซ์นำดอกเบี้ยเช่าซื้อของงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดมารวมเรียกด้วยหรือไม่ เพราะหลักเกณฑ์ของ สคบ. สำหรับสัญญาเช่าซื้อกำหนดว่าเมื่อมีการบอกเลิกสัญญาและขายทรัพย์แล้ว ผู้ให้เช่าซื้อไม่ควรเรียกดอกเบี้ยเช่าซื้อในงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดหลังเลิกสัญญา และต้องคำนวณส่วนต่างจากมูลหนี้ที่แท้จริงเท่านั้น.

นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบราคาขายรถไถหลังยึดหรือรับคืนว่าต่ำผิดปกติหรือไม่ เพราะราคาขายมีผลโดยตรงต่อยอดค่าส่วนต่าง หากขายต่ำเกินสมควรหรือมีข้อสงสัยเรื่องขั้นตอนการขาย เช่น การแจ้งขาย การกำหนดราคา หรือความโปร่งใสในการขาย ยอดหนี้ค่าส่วนต่างก็อาจมีช่องให้โต้แย้งได้เช่นกัน.

หนี้ส่วนใดที่อาจลดลงได้ตามกฎหมายและสัญญา

ในทางปฏิบัติ หนี้ค่าส่วนต่างที่มีโอกาสลดลงได้ มักไม่ใช่เฉพาะเงินต้นคงเหลือ แต่รวมถึงรายการประกอบอื่นที่ถูกบวกเพิ่มเข้ามา เช่น ดอกเบี้ยเช่าซื้อของงวดที่ยังไม่ถึงกำหนด เบี้ยปรับผิดนัด ค่าติดตามทวงถาม ค่ายึดรถ ค่าขนย้าย ค่าฝากเก็บ ค่าประมูล หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่อีกฝ่ายต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีจริงและสมเหตุสมผล หากไม่มีหลักฐานชัดเจน หรือเรียกเกินสมควร ผู้เช่าซื้อย่อมมีเหตุโต้แย้งเพื่อลดยอดหนี้ได้.

อีกส่วนที่ต้องตรวจคือ เงินที่เจ้าหนี้ได้รับจากการขายรถไถ รวมถึงเงินประกันหรือเงินอื่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ หากนำมาหักหนี้ไม่ครบ หรือมีส่วนเกินแต่ไม่คืนให้ผู้เช่าซื้อ ยอดหนี้ค่าส่วนต่างอาจคลาดเคลื่อนและสูงกว่าที่ควรเป็นได้. หลักของ สคบ. ก็ระบุว่าหากขายได้เกินกว่ามูลหนี้ส่วนที่ขาด หรือมีเงินส่วนเกินจากประกันหลังหักหนี้แล้ว ผู้เช่าซื้อมีสิทธิได้รับคืน.

แนวฎีกาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีค่าส่วนต่างรถไถ

กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 ซึ่งเป็นฐานสำคัญของประเด็นเรื่องการคืนทรัพย์ในสัญญาเช่าซื้อ. ส่วนแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ใช้เป็นกรอบวิเคราะห์ได้ดีคือ ฎีกา 3965/2564 ซึ่งวางหลักเรื่องผลของการคืนทรัพย์ภายหลังผิดนัด และ ฎีกา 4836/2567 ซึ่งสะท้อนประเด็นการคืนรถเช่าซื้อและการคิดค่าส่วนต่างในชั้นศาล.

อ้างอิงฎีกา 4836/2567

“การส่งมอบรถคืนโดยมีเจตนาเลิกสัญญา อาจเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 573 และมีผลต่อสิทธิเรียกค่าส่วนต่าง”

นอกจากนี้ สำหรับรถไถหรือรถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร ปัจจุบันยังมีประกาศให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรกลการเกษตรเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา โดยมีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2569 ซึ่งทำให้ผู้บริโภคมีฐานตรวจสอบความเป็นธรรมของสัญญาได้มากขึ้นในคดีที่อยู่ในช่วงเวลาบังคับใช้.

หากถูกเรียกค่าส่วนต่างหลังรถไถถูกยึดหรือหลังคืนรถให้ไฟแนนซ์ ควรตรวจสัญญา หนังสือบอกกล่าว รายการคำนวณหนี้ ราคาขายรถ และเอกสารค่าใช้จ่ายประกอบทุกส่วนก่อนตัดสินใจยอมรับยอดหรือชำระเงิน เพราะหลายกรณียังมีประเด็นต่อสู้เพื่อลดหนี้ได้ตามข้อเท็จจริงและเอกสารของคดี. หากต้องการปรึกษาเรื่องคดีค่าส่วนต่างรถไถหรือเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ทนายสุพัตราพร้อมให้คำแนะนำและช่วยประเมินแนวทางคดีอย่างรอบคอบตามเอกสารของแต่ละกรณี.

หาทนาย, คดีไฟแนนซ์, ฟ้องค่าส่วนต่าง, ฟ้องเรียกค่าส่วนต่าง ,ยึดรถ, คดีค่าส่วนต่างรถ, คดีกู้ยืม, บังคับคดี, ทนายหนองบัวลำภู, ทนายสุพัตรา, หาทนายหนองบัวลำภู, ทนายอุดร, หาทนายอุดร, รับว่าความคดีแพ่ง, คดีอาญา, คดีครอบครัว, จัดการมรดก, หนี้บัตรหรือสินเชื่อ, คดีค่าส่วนต่างรถ, ฟ้องชู้, ฟ้องหย่า, ในและต่างประเทศ, ทนายอุดรธานี, ทนายหนองบัวลำภู

คืนรถเช่าซื้อโดยไม่ผิดสัญญา เรียกค่าส่วนต่างได้หรือไม่ | แนวฎีกา 1203/2565

หาทนาย, คดีไฟแนนซ์, ฟ้องค่าส่วนต่าง, ฟ้องเรียกค่าส่วนต่าง ,ยึดรถ, คดีค่าส่วนต่างรถ, คดีกู้ยืม, บังคับคดี, ทนายหนองบัวลำภู, ทนายสุพัตรา, หาทนายหนองบัวลำภู, ทนายอุดร, หาทนายอุดร, รับว่าความคดีแพ่ง, คดีอาญา, คดีครอบครัว, จัดการมรดก, หนี้บัตรหรือสินเชื่อ, คดีค่าส่วนต่างรถ, ฟ้องชู้, ฟ้องหย่า, ในและต่างประเทศ, ทนายอุดรธานี, ทนายหนองบัวลำภู

หลักกฎหมายเกี่ยวกับการคืนรถเช่าซื้อและค่าส่วนต่าง

ตามแนวคำอธิบายที่อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2565 และ 861/2565 กรณีผู้เช่าซื้อส่งมอบรถคืนในขณะที่ยังไม่ผิดนัดชำระ และผู้ให้เช่าซื้อรับรถคืนไว้โดยไม่โต้แย้ง อาจถือได้ว่าเป็นการเลิกสัญญาโดยปริยาย ทำให้ผู้ให้เช่าซื้อไม่มีสิทธิเรียกค่าส่วนต่างจากการขายรถภายหลังต่อไป หลักคิดนี้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 ซึ่งกล่าวถึงการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยการส่งมอบทรัพย์สินคืนเจ้าของ

ข้อแนะนำก่อนคืนรถเช่าซื้อโดยไม่ผิดสัญญา

หากมีความจำเป็นต้องคืนรถ ควรดำเนินการในช่วงที่ยังไม่มีค่างวดค้างชำระ และควรเก็บหลักฐานการส่งมอบรถไว้ให้ครบ เช่น เอกสารรับรถคืน รูปถ่ายวันส่งมอบ บันทึกตรวจสภาพรถ และหลักฐานการชำระค่างวดล่าสุด เพราะเอกสารเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพิสูจน์ว่าเป็นการคืนรถโดยไม่ผิดสัญญา และอาจใช้เป็นแนวทางต่อสู้หากมีการเรียกค่าส่วนต่างในภายหลัง

ข้อควรระวังเรื่องการถูกเรียกค่าส่วนต่างหลังคืนรถ

ประเด็นสำคัญของคดีลักษณะนี้อยู่ที่ข้อเท็จจริงแต่ละกรณี ไม่ใช่ทุกการคืนรถจะตัดสิทธิเรียกค่าส่วนต่างเสมอไป โดยเฉพาะหากมีหนี้ค้างชำระมาก่อน มีหนังสือยอมรับหนี้เพิ่มเติม หรือมีข้อเท็จจริงที่แสดงว่าผู้เช่าซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญาแล้ว จึงไม่ควรรีบยอมรับยอดหรือชำระเงินโดยไม่ตรวจเอกสารและเงื่อนไขให้ชัดเจนเสียก่อน

หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการคืนรถเช่าซื้อ ค่าส่วนต่างรถ หรือการถูกฟ้องหลังส่งมอบรถคืน ทนายสุพัตราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยประเมินแนวทางคดีอย่างรอบคอบ ตามข้อเท็จจริงและเอกสารของแต่ละกรณี

ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2565 

โจทก์รับรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาข้อใดหรือมีหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อแก่โจทก์แต่อย่างใด กรณีจึงไม่อาจถือว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 12 ซึ่งจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าขาดราคาตามสัญญาข้อ 13 เนื่องจากการแสดงเจตนาคืนรถอันจะถือว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อของผู้เช่าซื้อนั้น ตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 12 ระบุว่า “ผู้เช่าซื้อจะเลิกเลิกสัญญาเช่าซื้อในเวลาใดๆ เสียก็ได้ โดยผู้เช่าซื้อจะต้องคืนและส่งมอบรถยนต์… และชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญานี้อยู่ในเวลานั้นทันที…” ดังนั้นต้องปรากฏว่าจำเลยยังคงมีหนี้หรือเงินที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้ออยู่ในขณะที่ส่งมอบรถคืนโจทก์แต่เมื่อจำเลยไม่มีเงินหรือหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อ กรณีดังกล่าวจึงถือว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาแล้ว ด้วยการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นอันเลิกกันนับแต่วันที่จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ เมื่อสัญญาเลิกกันโดยจำเลยไม่ได้ประพฤติผิดสัญญา และไม่มีหนี้ที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามมาตรา 573 ดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาค่าเช่าซื้อตามสัญญาจากจำเลย และแม้จำเลยได้ตกลงที่จะรับผิดในบรรดาหนี้ค้างชำระ ที่เกิดขึ้นจากการบอกเลิกสัญญาให้แก่โจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ ๑๓ ตามหนังสือแสดงเจตนาคืนรถของจำเลยเอกสารหมาย จ.๘ แผ่นที่ ๑ ก็ตาม แต่เอกสารดังกล่าวมิใช่สัญญาเช่าซื้อเป็นเพียงหลักฐานการส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนและจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อรับรองต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อว่า หากโจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายได้เงินไม่เพียงพอชำระหนี้คงค้างตามสัญญา จำเลยจะยอมรับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดแก่โจทก์ ซึ่งเอกสารดังกล่าวหามีผลให้จำเลยต้องรับผิดค่าขาดราคาตามที่ระบุไว้ในเอกสารไม่ เพราะกรณีเป็นการรับสภาพหนี้สินว่ามีอยู่ทั้งที่ไม่มี เนื่องจากโจทก์และจำเลยไม่มีมูลหนี้ค่าขาดราคาต่อกันแล้ว จึงไม่มีผลบังคับแก่กันได้

หาทนาย, คดีไฟแนนซ์, ฟ้องค่าส่วนต่าง, ฟ้องเรียกค่าส่วนต่าง ,ยึดรถ, คดีค่าส่วนต่างรถ, คดีกู้ยืม, บังคับคดี, ทนายหนองบัวลำภู, ทนายสุพัตรา, หาทนายหนองบัวลำภู, ทนายอุดร, หาทนายอุดร, รับว่าความคดีแพ่ง, คดีอาญา, คดีครอบครัว, จัดการมรดก, หนี้บัตรหรือสินเชื่อ, คดีค่าส่วนต่างรถ, ฟ้องชู้, ฟ้องหย่า, ในและต่างประเทศ, ทนายอุดรธานี, ทนายหนองบัวลำภู